รีวิว สครับหน้าขาว ผิวแพ้ง่าย ยี่ห้อไหนดี ถูกและดีมีประโยชน์เพื่อผิวสวย

0
125
สครับหน้า

รีวิว สครับหน้า ยี่ห้อไหนดี ใช้แล้วหน้าขาว ผิวแพ้ง่าย ก็ใช้ได้ ถูกและดีมีประโยชน์เพื่อผิวสวย การบำรุงและดูแลผิวมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการ “ สครับหน้า ” หรือการขัดผิวหน้าซึ่งเป็นวิธีทำความสะอาดผิวที่มีกรรมวิธีง่าย ๆ แต่ได้ผลจริง ส่วนส่วนผสมในการสครับก็มีมากมายหลายร้อยหลายพันสูตร แตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ของการสครับหน้าที่เราต้องการ นอกจากนี้สาว ๆ แต่ละประเทศก็มีสูตรการสครับหน้าต่างกันไปตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและความยาก-ง่ายในการหาวัตถุดิบที่เราจะนำมาสครับ

การสครับหน้าคืออะไร?

การสครับผิวหน้า เป็นวิธีทำความสะอาดหน้ารูปแบบหนึ่งเพื่อช่วยกระตุ้นให้ใบหน้าผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปได้เร็วขึ้น เพื่อเผยผิวใหม่ที่สะอาด กระจ่างใส และอ่อนนุ่มกว่าเดิม

การสครับคือการขัดผิวหน้าด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบสังเคราะห์อย่างเม็ดบีดส์ หรือวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่าง กากกาแฟ น้ำตาล ผงขมิ้น หรือเกลือ เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้จะช่วยบำรุงและกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของเลือด ทำให้ใบหน้าของเราสดใส เปล่งปลั่ง อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดรู้ขุมขนอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวของเราสะอาดขึ้นนั่นเอง

แต่เนื่องจากใบหน้าเป็นส่วนที่บอบบางอย่างมาก การขัดหรือสครับหน้าแรง ๆ อาจทำให้ผิวเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ผู้ที่เป็นสิวหากสครับหน้าไม่ถูกวิธีอาจยิ่งเป็นการกระตุ้นผิวให้เกิดสิวได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มทำความสะอาดผิวด้วยการสครับหน้า ลองมาทำความเข้าใจวิธีสครับแบบถูกต้องกันก่อนดีกว่า

คำแนะนำในการสครับหน้าอย่างถูกวิธี เปลี่ยนผิวเสียเป็นผิวสวย

เราควรสครับหน้าบ่อยแค่ไหนดี

1. สำรวจสภาพผิวของตัวเอง

ก่อนสครับหน้าเราต้องทำการสำรวจสภาพผิวของตัวเองซะก่อน ว่าเรามีผิวแบบไหน ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม นอกจากนี้หากมีผิวเป็นสิวก็ควรจดไว้ในลิสต์ด้วย เพื่อให้เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับสครับหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวของเราได้

2. ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสครับหน้าโดยเฉพาะ

ผลิตภัณฑ์สำหรับสครับผิวนั้นมีทั้งแบบใช้กับหน้าและตัว แต่ถ้าเราอยากสครับหน้าก็ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้าโดยเฉพาะ ไม่ควรเอาสครับผิวกายมาสครับใบหน้าเพราะความเข้มข้นหรือความละเอียดของเนื้อสครับก็มีความแตกต่างกัน การเอาสครับผิวกายมาขัดหน้าอาจทำให้ใบหน้าของเราเกิดริ้วรอยได้ง่าย แถมยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวมากกว่าการดูแลผิวอย่างที่ควรจะเป็น

3. อ่านคำแนะนำก่อนเสมอ

สครับแต่ละแบรนด์ก็มีส่วนผสมและคำแนะนำในการใช้งานแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อทุกครั้งอย่าลืมอ่านฉลากคำแนะนำเพื่อเลือกส่วนผสม สูตรสครับ และวิธีการใช้งานที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดด้วย

4. อย่าลืมขนาดทดลองเพื่อทดสอบก่อนใช้

ผิวหน้าเป็นบริเวณที่บอบบางและแพ้ง่ายมาก ดังนั้นต่อให้สครับที่เราเลือกจะมาจากธรรมชาติมากแค่ไหนก็อย่าลืมทดสอบก่อนว่าเราแพ้หรือไม่ โดยนำเนื้อสครับมาทดสอบบริเวณหลังมอ ลองขัด ๆ ถู ๆ และทิ้งไว้สักพัก หากไม่รู้สึกเจ็บ ไม่มีอาการบวม แสบ แดง ก็สามารถใช้ได้อย่างสบายใจ

5. สครับหน้าอย่างอ่อนโยน

การสครับใบหน้าไม่จำเป็นต้องขัดถูแรง ๆ แค่เรานำเนื้อสครับมาขัดบนผิวหน้าที่เปียกโดยหมุนเป็นวงกลมช้า ๆ เน้นที่บริเวณหน้าผาก จมูก และคางเป็นพิเศษ เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวมักจะเกิดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งทำให้เกิดสิวขึ้นบ่อย รวมถึงใช้เวลาขัดแค่ 10 นาที เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

6. สครับหน้าตอนกลางคืนดีกว่าเวลากลางวัน

ช่วงเวลากลางคืนเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการสครับหน้ามากที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่ต้องเร่งรีบ ทำให้เราขัดผิวหน้าอย่างอ่อนโยนได้ แถมยังเป็นการเคลียร์ผิวหลังจากเผชิญมลภาวะมาตลอดทั้งวันและช่วยให้ผิวได้พักฟื้นฟูในเวลาที่เรานอนหลับอีกด้วย

7. บำรุงผิวหลังสครับหน้าทุกครั้ง

หลังจากเราขัดผิวหน้า ใบหน้าของเราจะสะอาดขึ้นก็จริงแต่ก็ตามมาด้วยความแห้งที่มากกว่าปกติ เพราะฉะนั้นอย่าลืมทาครีมหรือมอยซ์เจอไรเซอร์บำรุงเข้มข้นด้วยทุกครั้งหลังการขัดผิวหน้า เพื่อคืนความชุ่มชื้นและบำรุงอย่างล้ำลึก

8. เป็นสิวก็สครับหน้าได้แต่ต้องมีเทคนิค

สำหรับคนที่เป็นสิวไม่ต้องห่วงว่าจะขัดผิวหน้าไม่ได้ แต่ต้องทำด้วยความอ่อนโยนและเลือกใช้สครับสูตรสำหรับผิวที่เป็นสิวโดยเฉพาะ เพื่อลดการอักเสบและลดการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงลดการกระตุ้นสิวไม่ให้เห่อขึ้นมาอีก แต่อย่างไรก็ตามควรรักษาสิวให้หายก่อนแล้วจึงสครับจะดีที่สุด

9. ไม่ควรโดนแสงแดดจัดหลังสครับหน้า

หลังจากสครับหน้าไปแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดประมาณ 2 วัน หรือหากจำเป็นต้องออกกลางแจ้งจริง ๆ ต้องทาครีมกันแดด สวมหมวก หรือใช้ร่มทุกครั้ง เพราะผิวของเราจะบอบบางและไวต่อแสงมากขึ้นหลังการขัดหน้า การออกไปเจอแสงแดดช่วงนี้จึงเป็นการทำให้ผิวคล้ำง่ายกว่าปกติ

10. หากสครับหน้าแล้วแพ้ต้องรีบปรึกษาแพทย์

การสครับหน้าอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเพราะการรบกวนผิว นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์สครับอาจไม่เหมาะกับผิวของเรา เพราะฉะนั้นถ้าเกิดอาการแพ้ แสบ แดงหรือมีผื่นคันขึ้นมาล่ะก็ต้องรีบไปหาแพทย์ผิวหนังทันที ไม่ควรปล่อยเอาไว้จนอาการรุนแรงขึ้นและไม่ควรซื้อยามาทาผิวบริเวณที่แพ้ด้วยตัวเอง

การสครับผิวหน้าเป็นการดูแลผิวอย่างหนึ่งก็จริง แต่การสครับอย่างถูกต้อง ถูกวิธีและรู้วิธีดูแลผิวทั้งก่อนและหลังสครับก็เป็นเคล็ดลับที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การสครับหน้าของเรา ถ้าเราสครับไม่ถูกวิธีอาจทำให้ผิวเหี่ยว เกิดริ้วรอยง่าย แถมยังคล้ำง่ายอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมซึกษาวิธีการสครับให้ดีก่อนและนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดด้วย

5 อันดับ สครับหน้า ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

1. BK JELLY BALL CLEARLY BRIGHTENING GENTLE SCRUB

ตัวนี้เป็นสครับเนื้อเจลที่เม็ดสครับทำมาจากพืช 100% ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่นุ่มชุ่มชื้น กระจ่างใส สุขภาพดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยพืชถึง 6 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น Prune Extract, Peach Leaf Extract, Safflower Seed Oil, Aloe Vera, Centella Extract เเละ Imperata Root Extract

เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลสีขาวขุ่น ๆ เม็ดสครับเนียนละเอียด 

เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ปริมาณ : 40 g

cr. wongnai

2. Bioaqua สครับสกัดจากข้าวญี่ปุ่น

สครับข้าว Bioaqua brightening and exfoliating ของแท้ต้องมีวอยสติ๊กเกอร์สีทองกันปลอม‼️เจลสครับสกัดจากข้าวขาวญี่ปุ่น ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ทำให้ผิวนุ่มลื่น ทำให้ผิวดูสดใสอ่อนกว่าวัย✨วิธีใช้ล้างหน้าให้สะอาดทาเจลสครับให้ทั่วใบหน้าและลำคอเว้นบริเวณรอบดวงตาใช้มือนวดวนทั่วใบหน้าและลำคอ สครับจะช่วยขจัดเซลผิวเสียและขี้ไคลบนใบหน้าออก ทำให้ใบหน้าสะอาดกระจ่างใส และเนียนนุ่มทีนทีหลังใช้เมื่อนวดวนจนสครับเริ่มมีความหนืด ล้างออกด้วยโฟมล้างหน้าปกติได้เลยคะ

เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลสีขาวขุ่น ๆ เม็ดสครับเนียนละเอียด 

เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

ปริมาณ : 140 g

3. ST.Ives Gentle Smoothing Oatmeal Scrub & Mask

สำหรับสครับหน้าของ ST.Ives เค้ามีทั้งหมด 6 สูตร ซึ่งสูตรนี้อ่อนโยนที่สุดในบรรดา 6 สูตรเลยละ แถมยังเป็นทั้งสครับและมาสก์ในตัวเดียวด้วย เค้ามีส่วนผสมจากโอ๊ตมีลและน้ำผึ้งธรรมชาติ ที่จะช่วยคืนความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า ส่วนเม็ดสครับนั้นได้มาจากเปลือกวอลนัท ซึ่งจะช่วยทำความสะอาด และขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้หลุดออกได้อย่างอ่อนโยน ขอบอกเลยว่าเหมาะกับสาว ๆ ผิวบอบบางสุด ๆ 

เนื้อสัมผัส : เม็ดสครับละเอียดและมีน้อยเมื่อเทียบกับเนื้อสครับ เนื่องจากเป็นสูตรอ่อนโยน 

เหมาะกับ : ทุกผิว

ปริมาณ : 170 g

cr. wongnai

4. Eucerin Pro ACNE Solution Scrub

เป็นผลิตภัณฑ์ขัดและทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อลดปัญหาสิว – ช่วยลดสิ่งอุดตัน – เม็ดบีดกลมละเอียด ไม่ขูดลอกผิว – ขจัดสิวเสี้ยน สิวอุดตัน แบบเฉพาะเจาะจง – สครับผิวได้อย่างอ่อนโยน – ทำให้ผิวดูเนียน ละเอียดใส ร่องรูขุมขน ดูกระชับ

5. Himalaya Neem face scrub

Himalaya Purifying Neem Scrub สครับขัดผิวหน้า ที่มีส่วนผสม Neem และ Apricot ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนของผิวผสมมันช่วงทีโซน กำจัดสิวอุดตัน ลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าบริเวณทีโซนที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และลดการเกิดสิวอักเสบ การใช้สครับควรล้างหน้าด้วยCleansing milk และ เจลล้างหน้าก่อน จากนั้นใช้สครับนวดวนเบาๆ เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากหรือบริเวณสิวอักเสบ นวดวนเพียง1-2นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำ ตามด้วยการมาส์กหน้าด้วยNeem pack เพื่อความสะอาดที่เกลี้ยงเกลาผิวเนียบเรียบ

เราควรสครับหน้าบ่อยแค่ไหนดี?

ความถี่ในการ สครับหน้า เป็นเรื่องที่หลายคนสงสัย เพราะสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนผิวแห้งก็จะรู้วึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสครับบ่อย ๆ ส่วนคนผิวมันอาจจะอยากสครับบ่อยกว่าเพราะต้องการให้ผิวสะอาด สดชื่น และลดความมันบนใบหน้า

คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพผิวของเรา แต่อย่างน้อยที่สุดก็ คนที่ผิวหน้าแห้งคือสครับหน้าสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมและไม่ทำร้ายผิวมากเกินไป เป็นช่วงเวลาที่ดีในการกระตุ้นเซลล์ผิวให้เกิดใหม่และไม่กระตุ้นต่อมน้ำมันใต้ผิวมากกว่าเดิม

ส่วนคนที่ผิวหน้ามันอาจสครับบ่อยขึ้นที่สัปดาห์ละ 2-4 ครั้งเพราะมีระยะเวลาของการผลัดเซลล์ผิวช้ากว่า แต่ก็อย่าลืมบำรุงผิวเพิ่มเติมความชุ่มชื้นด้วยทุกครั้งเพื่อป้องกันผิวแห้งจนต่อมไขมันผลิตน้ำมันบนหน้าของเราออกมามากกว่าเดิม

ข้อควรระวังในการสครับหน้า

ข้อควรระวังในการสครับหน้า

  • การสครับหน้าควรทำเวลาที่ผิวหน้าของเราเปียก เพราะการขัดผิวที่แห้งอาจทำให้ผิวเกิดความระคายเคือง มีริ้วรอยหรือรอยช้ำหากขัดแรงเกินไปอาจเกิดรอยแผลจนเกิดเป็นจุดดำตามมา
  • หลังสครับต้องบำรุงผิวเพื่อเติมความชุ่มชื้นด้วยทุกครั้ง
  • หากรู้สึกว่าสครับบาดผิวมากเกินไปควรหยุดใช้ทันทีและมองหาเนื้อสครับที่อ่อนโยนมากขึ้นมาใช้แทน
  • โดยทั่วไปแล้วการสครับอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เช่น รู้สึกคัน เจ็บแสบ ระคายเคืองผิว ซึ่งเป็นอาการทั่วไปไม่รุนแรงและมักจะหายได้เอง แต่สำหรับบางรายอาจมีอาการรุนแรงมาก เช่น ผิวไหม้ เป็นลมพิษ คอบวม หรือหายใจลำบาก ซึ่งเป็นอาการที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่หากเกิดขึ้นเมื่อไรต้องรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
  • การสครับหน้าไม่เหมาะสำหรับผู้มีผิวเป็นหนอง อักเสบ หรือผู้เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เพราะการขัดถูที่หน้าอาจไปกระตุ้นให้ผิวอักเสบมากกว่าเดิม

หลังจากดูการเลือก สครับหน้า ยี่ห้อไหนดี แล้ว อย่าลืมการสครับหน้า เป็นการดูแลผิวที่เราควรเริ่มทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะคนที่มีอายุ 22-25 ปีขึ้นไป เพราะผิวจะเริ่มผลัดเซลล์ใหม่ช้าลง การสครับหน้าจึงเข้ามาช่วยกระตุ้นให้ เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้หน้าของเราสะอาด ผิวใสและเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ